10 อันดับ ซาวด์บาร์ ยี่ห้อไหนดี 2024 ลำโพงรุ่นแนะนำ เสียงดี สุดคุ้ม

ซาวด์บาร์

สารบัญ

ซาวด์บาร์ (Soundbar) มักถูกใช้งานในรูปแบบของโฮมเทียเตอร์ ด้วยรูปลักษณ์ และคุณภาพที่ดี เสียงดี มีการติดตั้งที่ไม่ยุ่งยาก แถมรุ่นที่ออกมาใหม่ๆยิ่งมีเสียงดีมากขึ้น ราคาไม่แพงแบบสมัยก่อน ลองเปิดใจให้ลำโพงประเภทนี้ดูจะติดใจแนะนำให้คนอื่นๆมาใช้ตาม

ซาวด์บาร์ (Soundbar) คืออะไร

ซาวด์บาร์ คืออะไร

คือ ลำโพงประเภทหนึ่งที่ถูกออกแบบมาลักษณะจะเป็นลำโพงแท่งยาวๆ ดีไซน์แบบเรียบๆติดตั้งง่าย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบหรือประเภทของแต่ละรุ่นด้วยว่ามีลักษณะแบบไหน

ภายในจะประกอบด้วยลำโพงแยกหลายตัว เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับทีวีด้วยบลูทูธหรือสัญญาณอื่นๆ แล้วจะรู้สึกได้ว่าคุณภาพเสียงดีขึ้น ซึ่งในบางรุ่นจะมีระบบจำลองเสียงรอบทิศทาง

โดยใช้หลักการคล้ายกับเสียงที่สะท้อนจากกำแพง และบางรุ่นจะแยกส่วนประกอบอย่างลำโพงซับวูฟเฟอร์ออกจากกัน แต่จะให้เสียงเบสที่ค่อนข้างดังและได้อรรถรสกว่าแบบชิ้นเดียว ทั้งนี้แต่ละรุ่นนั้นจะมีราคาที่แตกต่างกัน โดยจะมีตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น   

ซาวด์บาร์ แตกต่างจากลำโพงไร้สายอย่างไร

ลำโพงไร้สาย (Wireless Speaker) เป็นลำโพงที่ใช้ในการเล่นไฟล์เสียงจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน , แท็บเล็ต , แล็ปท็อป , หูฟังเบสหนัก , หูฟังครอบหู , มือถือเกมมิ่ง , คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ , โน๊ตบุ๊ค hp , โน๊ตบุ๊ค acer , โน๊ตบุ๊ค asus เป็นต้น

ซึ่งสามารถเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ, WiFi และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ดังกล่าว แต่ในด้านการให้เสียงนั้นยังด้อยกว่าซาวด์บาร์ จะเห็นได้ว่าลำโพงทั้ง 2 ประเภทมีความแตกต่างกัน SoundBar นั้นออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับทีวีโดยเฉพาะ ส่วนลำโพงไร้สายสามารถเชื่อมต่อได้สะดวกและหลากหลาย ไม่ต้องพึ่งพาสายในการเชื่อมต่อ แต่คุณภาพเสียงยังเป็นรองอยู่

จุดเด่นของซาวด์บาร์

จุดเด่นของซาวด์บาร์

1. กระจายเสียงได้ดีสม่ำเสมอ

ช่วยเพิ่มมิติของเสียงให้กับทีวี ซึ่งเป็นการกระจายเสียงแบบรอบทิศทาง ทำให้เสียงของทีวีในบ้านดังไปทั่วบริเวณ

2. มีขนาดกะทัดรัด ไม่กินพื้นที่

โดยส่วนใหญ่นั้นเป็นลำโพงที่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถหยิบจับใช้ได้ง่าย และมีน้ำหนักค่อนข้างเบา ซึ่งการนำมาติดตั้งหรือเชื่อมต่อกับทีวีนั้นจะไม่ได้ใช้พื้นที่มากนัก โดยสามารถวางไว้ที่ใดก็ได้ที่อยู่ใกล้กับทีวี เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่จัดวางได้หลายรูปแบบ

3. ประหยัด คุ้มค่าการใช้จ่าย

ราคาของซาวด์บาร์มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นขึ้นไป ขึ้นอยู่กับแบรนด์และองค์ประกอบของรุ่นนั้นๆ แต่โดยทั่วไปแล้วถือเป็นอุปกรณ์ที่ให้เสียงอย่างมีคุณภาพ สำหรับใครที่มีเงินไม่มากก็สามารถซื้อตามกำลังของตนเองได้ ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยเติมเต็มการรับชมทีวีให้สนุกและมีอรรถรสมากขึ้น

4. ติดตั้งง่าย

การติดตั้งเข้ากับทีวีเป็นเรื่องที่ค่อนข้างง่ายมีวิธีการที่ไม่ซับซ้อนนัก เพราะถูกออกแบบมาให้มีสายเดียว ซึ่งสามารถเชื่อมต่อโดยการเสียบเข้ากับรูเสียบของทีวีที่ออกแบบมาให้ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งในปัจจุบันยังมีแบบไร้สายด้วย

5. ดีไซน์สวยงาม

โดยทั่วไปแล้วจะมีดีไซน์แบบเรียบๆแต่ดูสวยงามและทันสมัยซึ่งลักษณะดังกล่าวนั้นสามารถเข้าได้กับทุกสถานที่ ไม่ว่าบ้านหรือสถานที่ของคุณจะมีลักษณะหรือรูปแบบใด

วิธีการเลือกซื้อซาวด์บาร์

วิธีเลือกซื้อซาวด์บาร์

1. เลือกตามประเภท

โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักๆ ได้แก่ แบบชิ้นเดียวและแบบแยกชิ้น ซึ่งแต่ละรูปแบบจะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน สำหรับผู้ที่มีพื้นที่ขนาดเล็กหรือพื้นที่แคบอาจเลือกแบบชิ้นเดียว เพราะจะช่วยประหยัดพื้นที่ได้ ส่วนผู้ที่ต้องการมิติเสียงรอบทิศทางแบบคุณภาพดีและมีพื้นที่ติดตั้งค่อนข้างเยอะก็สามารถเลือกซื้อแบบแยกชิ้นได้

2. เลือกจำนวนแชนเนล

แชนเนลนั้นจะเป็นจำนวนช่องลำโพงซึ่งเป็นองค์ประกอบที่อยู่ภายใน สามารถสังเกตได้จากตัวเลขแรกที่ระบุไว้ ส่วนตัวเลขถัดมาที่อยู่หลังจุดจะบอกจำนวนของซับวูฟเฟอร์ ถือเป็นดอกลำโพงที่จะมอบเพิ่มให้เสียงมีความทุ้มมากขึ้น โดยทั่วไปแล้วจะมีตั้งแต่ 2.0 แชนเนลขึ้นไป

3. เลือกจากขนาดและดีไซน์การออกแบบ

โดยทั่วไปแล้วซาวด์บาร์จะออกแบบมาให้มีลักษณะยาวแต่มีขนาดเล็กหรือใหญ่แตกต่างกันส่วนมากแล้วจะมีดีไซน์แบบเรียบๆ โดยใช้สีดำเป็นองค์ประกอบหลักในการตกแต่ง อย่างไรก็ตามในปัจจุบันก็จะออกแบบมาให้มีขนาดและดีไซน์แตกต่างกันไป หากจะเลือกให้ตอบโจทย์ต้องพิจารณาจากพื้นที่ติดตั้งและความชอบของตนเองเป็นหลัก

4. เลือกจากคุณภาพเสียง

ทุกคนที่เลือกใช้อุปกรณ์ประเภทนี้ต่างก็ต้องการให้คุณภาพเสียงดีขึ้น เพราะฉะนั้นควรพิจารณาคุณสมบัติของแต่ละรุ่นว่าระบบเสียงมีคุณภาพดีมากน้อยแค่ไหน ในกรณีที่ต้องการเน้นเสียงเบสและมิติเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา ก็ต้องพิจารณาจากซับวูฟเฟอร์เป็นหลัก

5. เลือกจากการเชื่อมต่อ

โดยจะมีทั้งแบบมีสายที่ใช้เสียบกับโทรทัศน์เพื่อเชื่อมต่อเข้ากัน และจะมีแบบไร้สายที่สามารถเชื่อมต่อกับบลูทูธและอื่นๆ ได้ ซึ่งจะให้ความสะดวกสบายกว่า ในกรณีที่จะเลือกใช้แบบมีสายก็ควรเลือกซื้อแบบที่มีพอร์ตเยอะหน่อย เพื่อให้เชื่อมต่อได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

6. เลือกจากความสะดวกสบายในการสั่งการฟังก์ชั่นต่างๆ

แต่ละรุ่นจะมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างกัน เนื่องจากมีการออกแบบที่หลากหลายที่จะช่วยตอบโจทย์คนได้หลายๆ กลุ่ม ดังนั้นถ้าหากต้องการความสะดวกสบายก็ควรเลือกฟังก์ชั่นที่ออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ง่ายมีระบบการสั่งการที่ไม่ซับซ้อน เพื่อให้การเชื่อมต่อเป็นไปอย่างไม่ยุ่งยาก 

7. เลือกจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้

หากไม่มั่นใจหรือไม่ทราบว่าควรจะเลือกซื้อคุณภาพที่เหมาะสมกับราคา แนะนำให้เลือกซื้อจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงหรือแบรนด์ที่ดูเชื่อถือได้ และที่สำคัญแบรนด์นั้นจะต้องมีการรับรองมาตรฐานเรื่องเสียงด้วย เพื่อการันตีว่าสินค้าที่จะได้รับนั้นมีคุณภาพสมกับราคาและเหมาะกับการใช้งานของตนเอง

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยของซาวด์บาร์

1. กินไฟไหม

ขึ้นอยู่กับการใช้งานและแต่ละรุ่นว่าจะกินไฟมากน้อยเพียงใด

2. ดียังไง

ให้เสียงกระหึ่ม เสียงดัง และเสียงทุ้มแบบไม่แตก เมื่อนำมาเชื่อมต่อกับสมาร์ททีวีก็จะช่วยให้คุณภาพเสียงดีขึ้น เนื่องจากจะช่วยเพิ่มมิติเสียงให้กับสมาร์ททีวีแบบรอบทิศทาง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละแบบด้วยว่ามีคุณสมบัติและความสามารถมากน้อยเพียงใด

3. จำเป็นไหม

ถ้าคุณพึงพอใจหรือคิดว่าทีวีที่บ้านเสียงดีอยู่แล้ว Sound Bar ก็อาจจะไม่จำเป็นก็ได้

ตัวอย่าง soundbar ยี่ห้อไหนดี

1.Samsung ซาวด์บาร์ รุ่น HW-R450/XT

ยี่ห้อแบรนด์ดัง มีกำลังขับ RMS 200 วัตต์ ระบบเสียงแบบ Dolby Surround 2.1 CH  มีระบบรับสัญญาณ Bluetooch และมีน้ำหนักเพียง 3.6 กิโลกรัม ใครที่ชอบเสียง Bass แน่น ๆ ลำโพงตัวนี้ยังมีระบบ Power Bass ที่ช่วยให้สัมผัสกับเสียงเบสแบบหนัก ๆ แน่น ๆ อย่างที่ต้องการอย่างแน่นอน

2.Garnab Jardib SB20

ลำโพงดีไซน์ดูสวยงาม มีระบบเสียงที่ดีมาก ๆ สมกับราคาระดับหลักหมื่น ไม่ว่าห้องจะกว้างแค่ไหนก็สามารถได้ยินกันได้ทั่วทั้งห้อง สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง WiFi และ Bluetooch ภายในตัวประกอบไปด้วยไดร์เวอร์ถึง 6 ตัวแบ่งได้ตามการใช้งานเลย .ใครต้องการลำโพงที่ใช้ในระยะยาวมาก ๆ แนะนำรุ่นนี้

3.LG รุ่น SJ4.DTHALLK

แสดงรายละเอียดแบบ HL-res ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ WAV, FLAC, ALAC ก็สามารถรับฟังได้แบบปกติ สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ ลำโพงจะปรับเสียงอัตโนมัติตามรายการที่รับฟังและให้เสียงมีความบาลานซ์กันอยู่เสมอ สามารถเล่นเสียงระดับ 4K ได้สามารถเชื่อมต่อทั้ง HDMI, Optical, Portable In และบลูทูธ

วิธีเลือกซื้อ SoundBar ฉบับสมบูรณ์

ขอบคุณช่องยูทูป beartai แบไต๋

สรุป

ซาวด์บาร์เป็นลำโพงประเภทหนึ่งที่ช่วยให้ทีวีมีคุณภาพเสียงดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะทำให้การรับชมข่าวสาร และความบันเทิงต่างๆ เป็นไปอย่างสนุกสนานและเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น เพราะสมาร์ททีวีมีข้อจำกัดทางด้านระบบเสียง

ถึงแม้ว่าจะมีภาพและเสียงที่คมชัดก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณภาพของเสียงนั้นยังทำได้ไม่ดีพอ การเชื่อมต่อ Sound Bar เข้าไปจะช่วยให้เสียงของสมาร์ททีวีมีมิติและได้อรรถรส แต่อย่างไรก็ตามก็ควรเลือกซื้อให้เหมาะสม ก็จะยิ่งตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น

ยี่ห้อ Xiaomi Mi TV Speaker Theater Edition

เสี่ยวมี่ เอ็มไอ
– ขนาด 900mm x 63mm x 102mm
– Bluetooth V5.0
– น้ำหนัก 2.3 kg
– ขนาด subwoofer 240mm x 240mm x 306mm
– น้ำหนัก subwoofer 4.3kg

ยี่ห้อ Xiaomi Redmi Bluetooth TV Speaker

เสี่ยวมี่ เรดมี
– การเชื่อมต่อแบบสาย: S/PDIF , AUX
– การเชื่อมต่อไร้สาย: Bluetooth 5.0
– ขนาดไดร์เวอร์: 45 x 80 มิลลิเมตร
– ขนาดสินค้า: 6.3 x 78 x 6.4 เซนติเมตร
– น้ำหนักสินค้า: 1.5 กิโลกรัม

ยี่ห้อ ROBOT RB480

โรบอท RB480
– เสียงเบส4เท่า มีเสียงเพราะและคุณภาพดี
-. ลำโพง 10 W หนึ่งคู่ เสียงที่ทรงพลัง
– .ชิปบลูทูธ 5.0 เชื่อมต่อเสถียรภายใน10ม.
– ขนาดผลิตภัณฑ์ ยาว 42 cm กว้าง 6 cm
– ใช้งานได้ต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง

ยี่ห้อ SAMSUNG T420 รุ่น HW-T420/XT

ซาวด์บาร์ ซัมซุง ที420
– One Remote Control ใช้รีโมททีวีควบคุมการทำงานได้
– สามารถปรับเป็น Game Mode อัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่อกับเกมส์
– ปรับเสียงอัตโนมัติเพื่อให้เข้ากับฉากที่รับชม
– ขนาดสินค้า 86.0 x 5.4 x 7.4 cm.

ยี่ห้อ BINNIFA

– ให้เสียงสูงพร้อมเบสทุ้มนุ่มลึก
– อุปกรณ์ปรับแต่งเสียงและประมวลผลให้ได้คุณภาพเสียงที่ดี
– ขนาดสินค้า : L420 x W61 x H64.5 มม.
– มีช่องสำหรับเชื่อมต่อไมโครโฟน หูฟัง และช่อง AUX
– มีฟังก์ชันป้องกันเสียงรบกวนอัตโนมัติ

ยี่ห้อ SAMSUNG T400 รุ่น HW-T400/XT

ซัมซุง ที400
– สามารถรองรับอุปกรณ์เชื่อมต่อจากมือถือ โน๊ตบุ๊คส์
– ขนาดสินค้า 64.1 x 6.5 x 10.7 cm.
– มาพร้อมกับ Built-in Woofer
– ใช้รีโมททีวีควบคุมการทำงานได้

ยี่ห้อ JBL BAR 2.1

JBL BAR 2.1
– รุ่นนี้จะมาพร้อมกับ subwoofer แบบไร้สาย กำลังขับรวม 300 วัตต์ครับ
– ออกแบบให้วางที่ด้านหน้าของทีวี หรือจะแขวนเข้ากับกำแพง
– พร้อมปุ่มควบคุมที่ด้านบนของตัวลำโพง
– ส่วนช่องเชื่อมต่อต่างๆนั้นจะอยู่ที่ด้านหลังเพื่อความสะอาดตา

ยี่ห้อ CREATIVE Stage Air

ครีเอทีฟ
– ขนาดเล็กที่มีจอมอนิเตอร์สำหรับคอมพิวเตอร์พร้อมBluetooth
– เวลาเล่นสูงสุด 6 ชั่วโมง
– ขนาดสินค้า 70 x 410 x 78 มม
– น้ำหนัก 910 กรัม

ยี่ห้อ Binnifa Live 1T

บินนิฟ่า ไลฟ์ 1ที
– ลำโพงคุณภาพสูงถึง 4 ตัว ขนาด 44 x 66 มิลลิเมตร
– การเชื่อมต่อครบครัน ไม่ว่าจะเป็น USB-A , AUX , Coaxial HDMi
– มาพร้อมรีโมทสั่งงาน สามารถสั่งงานแบบไร้สายได้ง่ายๆ

ยี่ห้อ SAMSUNG S61A

– มาพร้อมกับ Built-in Center Speakers
– เชื่อมต่อง่ายและเพลิดเพลินกับการใช้งาน
– ดีไซน์พรีเมียมสวยงาม เหมาะแก่การนำไปตกแต่งภายในห้อง
– ขนาดสินค้า 76.4 x 6.8 x 12.5 cm.
– น้ำหนักสินค้า 3 กก.

Best Choice ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุ้กกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า