10 อาหารเปียกสุนัข ยี่ห้อไหนดี 2024 ช่วยให้อ้วน ไม่เค็ม ราคาถูก

อาหารเปียกสุนัข

สารบัญ

อาหารเปียกสุนัขมีการคิดค้นและผลิตออกมา โดยมีการเสริมทั้งโปรตีน, ไขมัน, เกลือแร่ รวมถึงสารอาหารต่างๆ เพื่อเข้าไปดูแลการทำงานภายในร่างกายของสุนัข โดยที่การกินมื้อนั้นๆ จะจบและครบถ้วนทุกสารอาหาร แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่เราควรระวังก็คือ การดูที่ส่วนผสม และวัตถุดิบที่นำมาผลิต

อุปกรณ์สำหรับเลี้ยงสุนัขอื่นๆ ถ้าท่านผู้อ่านสนใจสามารถกดเข้าไปรับข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยจ้า อาหารเม็ดสุนัข , เครื่องให้อาหารสุนัข , ขนมหมา , ที่นอนสุนัข , สายจูงสุนัข , คอกหมา , กรรไกรตัดเล็บสุนัขยาสีฟันสุนัข

อาหารเปียกสุนัข คืออะไร

อาหารเปียกสุนัขคืออะไร

คือ อาหารเปียกสำหรับสุนัขมีน้ำเป็นส่วนประกอบ 70-80%  อยู่ในบรรจุภัณฑ์ทั้งในรูปแบบซอง, ถาดอลูมิเนียม และในรูปแบบของกระป๋อง เป็นอีกหนี่งทางเลือกของอาหารสุนัข ที่นอกจากอาหารแห้งในรูปแบบเม็ด 

ประเภทอาหารเปียกสุนัข

1.แบ่งตามเนื้อสัมผัสของอาหาร

เนื้อสัมผัสเจลลี่

รูปแบบนี้มีการวางขายที่มีตัวเลือกมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของรสชาติ อย่างเช่น รสแกะ, รสปลาเทร้ากับมันหวาน, รสไก่งวง, รสไก่และผัก 3 สี และรสปลาทะเล เป็นต้น รวมถึงการแบ่งออกเป็นสำหรับสุนัขโต และลูกสุนัข ที่จะมีการใส่เนื้อสัตว์ ที่ผสมเนื้อเจลลี่ที่ละเอียดมากขึ้น

ลักษณะเด่นของเนื้อสัมผัสในรูปแบบนี้นั้น ถึงแม้จะมีการผสมระหว่างตัวเจลลี่ และเนื้อสัตว์ในแบบกระจายทั่วๆ กัน แต่เราจะเห็นว่า จะมีการแบ่งส่วนให้เห็นเป็นชิ้นๆ เป็นเนื้อสัตว์ และเนื้อเจลลี่

เนื้อสัมผัสมูส

อาหารเปียกสุนัขแบบมูส
  • เนื้อสัมผัสมูสเนื้อละเอียด

จะเน้นโดยเฉพาะสำหรับลูกสุนัข จะมีเนื้ออาหารที่เนียน และละเอียดเป็นพิเศษ โดยจะเน้นให้กับลูกสุนัขที่หย่านม หลังจากแรกคลอดจนถึง 21 วันที่ได้กินนมแม่สุนัข และหลังจากนั้น  22-42 วัน หรือ 3 สัปดาห์ให้หลัง สามารถที่จะให้ลูกสุนัขกิได้เลย และส่วนใหญ่ลูกสุนัขจะมีความชอบกิน มากกว่าอาหารในรูปแบบของเหลว หรือนมอีกด้วย

  • เนื้อสัมผัสมูสเนื้อหยาบ

การเลือกอาหารเปียกในแบบมูสเนื้อหยาบ ในช่วงที่ลูกสุนัขอายุอยู่ในช่วง 6 เดือน-1ปี ถือว่าเป็นช่วงที่ควรจะเริ่มให้ลูกสุนัขปรับเปลี่ยน และทำความคุ้นชินกับรูปแบบอาหารใหม่ ซึ่งการปรับรูปแบบของอาหารให้ลูกสุนัขควรมีช่วงระยะเวลาค่อยเป็นค่อยไป อย่างน้อยๆ 4 เดือนในการกินอาหารรูปแบบนี้ ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นอาหารเม็ดสำหรับสุนัขโต

2.แบ่งตามบรรจุภัณฑ์

เราสามารถเลือกซื้อได้หลากหลาย และแบ่งตามการใช้งาน อย่างเช่น เมื่อต้องออกนอกบ้าน หรือการไปเที่ยวต่างจังหวัด การพกอาหารเปียกในแบบของถาดอลูมิเนียม เป็นความสะดวกในการเปิดให้สุนัขได้กิน เหมาะกับทุกสถานที่ แต่หากเป็นแบบกระป๋อง อย่าลืมที่จะตรวจเช็คว่า ตัวกระป๋องนั้นมีฝาเปิดให้เรียบร้อยหรือไม่ หากไม่มีก็ควรมีที่เปิดกระป๋องติดบ้าน หรือติดการเดินทางในครั้งนั้นไปด้วย

รูปแบบซอง

เน้นความสะดวก และการเปิดซองแล้วเทให้สุนัขกินได้ทันที รวมถึงเหมาะที่จะพกพาไปนอกสถานที่ ทั้งในเวลาที่ไปเที่ยว หรือในสถานที่ๆ หาอาหารให้สุนัขได้ลำลาก เราสามารถที่จะอุ่นหรือไม่อุ่นให้สุนัขก็ได้ เพียงแต่หากอุ่นไม่ควรอุ่นในเวลาที่นานเกิน 5 วินาที เพราะอาจทำให้เนื้อเจลลี่ละลายได้

รูปแบบกระป๋อง

อาหารเปียกสุนัขแบบกระป๋อง

จะเป็นแบบอาหารเปียกที่เป็นมูส และอาหารเปียกทั่วไป ที่มีเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่อัดในกระป๋อง มีทั้งแบบที่เป็นกระป๋องทรงสั้น ที่สามารถให้สุนัขกินได้หมดในมื้อเดียว และทรงกระป่องยาวที่เหมาะกับสุนัขพันธุ์ขนาดใหญ่

รูปแบบถาดอลูมิเนียม

เนื้อของอาหารจะเหมือนกับที่อยู่ในแบบซองที่เป็นเจลลี่ ต่างกันตรงที่สามารถแกะ และวางให้สุนัขกินได้เลย เหมาะกับการนำพกติดตัวไปสถานที่ต่างๆ โดยที่เราไม่จำเป็นที่จะนำจาน หรือภาชนะส่วนตัวของสุนัขไปด้วย แต่หากกินไม่หมดในครั้งเดียว

แนะนำให้ตักส่วนที่จะให้สุนัขกินในมื้อนั้นๆ ให้พอดี ส่วนที่เหลือควรหาภาชนะที่เป็นแก้ว มีฝาผิดที่แน่นมิดชิด กันอากาศเข้า หรือสามารถที่จะปิดด้วยพลาสติกแรป ก่อนที่จะปิดฝาภาชนะ และไม่ควรเก็บในตู้เย็นเกิน 2 วัน

3.แบ่งตามอายุ และสุขภาพของสุนัข

ส่วนใหญ่แล้วผู้ผลิตจะมีการติดบอกไว้ที่ด้านหน้า หรือจุดที่มองเห็นได้ง่ายบนตัวของผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นการบอกว่า อาหารเปียกสุนัขกระป๋องนี้ เหมาะสมกับสุนัขที่ระบุไว้เท่านั้น ซึ่งการระบุเฉพาะเจาะจงแบบนี้ จะเป็นการดีทั้งกับตัวเจ้าของสุนัข

และกับตัวของสุนัขเองด้วย เป็นการบอกให้เราได้มั่นใจว่า อาหารได้มีการใส่สารอาหารบางอย่างที่เหมาะสมกับสุนัข และลดส่วนผสมบางอย่างที่ไม่จำเป็น หรือเป็นอันตรายต่อสุนัขที่อยู่ในสภาพร่างกายที่อ่อนแอ

  • สำหรับลูกสุนัข

เป็นอาหารเปียกที่เน้นในเรื่องของ การเคี้ยว และการย่อยที่ง่าย เราจะสังเกตได้ว่า ตัวอาหารจะมีเนื้อที่ละเอียดมาก เพื่อช่วยให้ลูกสุนัขที่ฟันยังขึ้นไม่เต็มที่ มีการกินได้ง่าย โดยที่จะมีระบุให้เรารู้โดยใช้คำว่า puppy

  • สำหรับสุนัขป่วย

แตกต่างกันตรงที่ส่วนผสม และสารอาหารที่ใส่เข้าไปให้เหมาะกับสภาพร่างกายของสุนัขที่อาจจะผ่านการผ่าตัด, เจ็บป่วยเป็นโรค และไม่มีความอยากอาหาร ดังนั้นการหาอาหารที่มีสารอาหารที่ครบถ้วน และมีการกิน รวมถึงกลืนได้ง่าย ก็จะช่วยให้สภาพร่างกายของสุนัขฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เราจะสังเกตได้จากคำว่า Recovery หรือ Urgent Care และรวมถึงสุนัขที่ต้องมีการคุมอาหารเป็นพิเศษอย่าง Diet Prescription

  • อาหารเปียกสำหรับสุนัขทั่วไป

จะเน้นเป็นแบบกระป๋องทรงสูง เหมาะกับสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ ที่สามารถเปิดกินได้หมดในครั้งเดียว มีเนื้ออาหารที่คล้ายกับแบบมูสหยาบ แต่จะมีความเป็นชิ้นเนื้อที่อัดเป็นก้อน ที่อาจจะต้องใช้การเคี้ยวบ้าง มีเนื้อที่หยาบกว่าแบบมูส

วิธีให้อาหารเปียกสุนัข

1.เราสามารถที่จะให้อาหารเปียกเพียงอย่างเดียว หรืออาหารเม็ดผสมร่วมด้วย แต่หากเป็นการให้อาหารเม็ดผสมอาหารเปียก ควรลดปริมาณอาหารเม็ดลง ไม่ควรให้ปริมาณเท่ากับการให้อาหารเปียกอย่างเดียว

2.หากอาหารกินไม่หมด เหลืออยู่ในชามไม่ควรเก็บไว้เกิน 2 ชั่วโมง หากเกินกว่านั้นควรทิ้ง เพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อแบคทีเรียที่จะก่อตัวในอาหาร ที่มีน้ำลายสุนัขปะปนอยู่

3.หากเป็นสุนัขพันธุ์ขนาดใหญ่ ทางเลือกที่จะทำให้เราไม่ต้องเก็บอาหารเปียก ที่มีการเปิดแล้ว คือการเลือกแบบกระป๋องทรงสูง ซึ่งสามารถกินหมดจบในครั้งเดียว

วิธีให้ทำให้สุนัขอ้วน

  • ลองเพิ่มมื้อการให้อาหาร – ตามปกติแล้วเราจะให้อาหารสุนัขวันละ 2 มื้อ ทีนี้เราต้องเพิ่มมื้ออาหารให้สุนัขอีก 1 มื้อ
  • ให้อาหารเสริมสุนัข – นอกจากเพิ่มการให้อาหารมื้อหลักๆแล้วลองเพิ่มอาหารเสริมให้น้องเค้ากินดู จะช่วยส่งเสริมให้น้องหมาของเราอ้วนท้วนสมบูรณ์ขี้นมาได้
  • คำนวณสารอาหาร – เราอาจจะต้องคำนวณปริมาณสารอาหาร แคลอรี่ที่อยู่ในอาหารสุนัขที่เราให้ในแต่ละวันดูว่าอาหารที่เราให้มีสารอาหารครบถ้วน ส่งเสริมให้น้องหมาของเราอ้วนท้วนได้รึเปล่า

วิธีเลือกซื้ออาหารเปียกสุนัข

การเลือกซื้ออาหารเปียกสุนัข

1.เลือกให้เหมาะสมกับสุนัขนั้นๆ

ปัจจัยหลักที่สำคัญคือ เราอาจจะต้องเน้นที่ตัวสุนัขก่อนว่า มีอะไรที่ต้องเน้นบ้าง อย่างเช่น ช่วงวัยที่ยังเป็นลูกสุนัขอยู่ สุนัขมีรูปร่างที่อ้วน น้ำหนักเกิน หรือเป็นช่วงที่สุนัขผ่านการผ่าตัดมดลูก และอยู่ระหว่างพักฟื้น การเลือกอาหารเปียกที่ผ่านการพิจารณาถึงข้อต่างๆ เหล่านี้ จะทำให้เราได้อาหารที่เหมาะ และช่วยให้สุนัขตัวนั้นๆ มีสุขภาพที่แข็งแรง หรือฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

  • โรคประจำตัวที่เป็น

อย่างเช่นโรคที่เรามักจะพบมากขึ้นในสุนัขคือ โรคเบาหวาน ที่อาจเป็นตั้งแต่เกิด หรืออาจจะเป็นเอาตอนที่เราเลี้ยง การเลือกอาหารเปียกที่มีการระบุว่า Diabetic จะช่วยทั้งในการควบคุมปริมาณสารอาหารให้กับสุนัข  และรวมถึงการเพิ่มตัวโปรตีน และลดส่วนที่เป็นแป้ง และไขมัน เน้นส่วนผสมที่ช่วยในการดูดซึมสารอาหาร และช่วยในการขับถ่ายได้ง่าย

  • อายุ

อาหารเปียกที่มีการแยกทางเลือกออกมาให้มีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสำหรับลูกสุนัข, สุนัขโตเต็มวัย หรือสุนัขแก่

  • สารอาหารที่ควรเพิ่ม หรือลดลง

อย่างเช่นสุนัขที่อยู่ในภาวะเบื่ออาหาร ได้สารอาหารไม่ครบ ควรเลือกที่มีการเพิ่มสารอาหารมากเป็นพิเศษ ที่จะมีคำกำกับว่า Exigent Loaf หรือสุนัขที่แพ้อาหาร ไม่สามารถกินอาหารเปียกทั่วๆ ไปได้ ควรเลือกที่มีระบุคำว่า Veterinary

2.สิ่งที่ปรุงแต่งในอาหาร

ถือว่าเป็นสิ่งที่เราควรพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ สำหรับการเลือกซื้ออาหารเปียกในครั้งแรก ที่ยังไม่รู้ว่าแบบไหนที่สุนัขของเราชอบ หรือกินแล้วดี โดยควรที่จะหลีกเลี่ยงสารปรุงแต่งต่างๆ ทั้งในเรื่องสี, สารกันบูด หรือที่มีระบุว่า no preservation

3.ดูวันหมดอายุ

อย่างน้อยๆ ควรที่จะดูวันหมดอายุให้อยู่ในช่วงเวลา 3-6 เดือนเป็นอย่างน้อย และวันเดือนปีที่พิมพ์ ควรจะมีความชัดเจน รวมถึงรูปทรงกระป๋อง และตัวบรรจุภัณฑ์ ควรจะอยู่ในสภาพสมบูรณ์ วันหมดอายุจะมีระบุ 2 แบบซึ่งมีความหมายโดยรวมเหมือนกัน คือ

  • Best Before (BBF)

วันที่ๆ ระบุเป็นช่วงเวลา ที่เราควรเปิดอาหารเปียกให้สุนัขกิน ภายในช่วงเวลาก่อนวันที่ๆ ระบุไว้ อย่างเช่น 30/04/25 คือ ให้เปิดอาหารเปียกให้สุนัขกินในช่วงเวลาก่อนวันที่ 30 เดือนเมษายน ปี 2025

  • Expire (EXP)

ตัวเลขที่ระบุไว้หลังตัวหนังสือนี้คือ จุดสิ้นสุดที่เราไม่สามารถนำเอาอาหารนี้ให้สุนัขกินได้ อย่างเช่น 30/04/25  คือหลังจากวันที่ 30 เดือนเมษายน ปี 2025 อาหารเปียกนี้ไม่สามารถให้สุนัขกินได้

คำถามที่พบบ่อยของ อาหารเปียกสุนัข

คำถามที่พบบ่อยของอาหารเปียกสุนัข

อาหารเปียกสุนัขผสมข้าวได้ไหม

การนำอาหารเปียกมาผสมข้าวเป็นสิ่งที่ไม่แนะนำ เพราะตัวแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรต ไม่ได้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับสุนัข แต่หากเป็นการให้อาหารสุนัขในแบบผสม คือการนำอาหารแห้งแบบเม็ดผสมกับอาหารเปียก

เราสามารถที่จะทำได้ แต่ควรลดปริมาณอาหารเม็ดให้น้อยกว่าอาหารเปียก 3.5 เท่า เพราะอาหารเปียกมีสารอาหารโดยเฉพาะโปรตีน อยู่ในสัดส่วนที่มากกว่าอาหารเม็ดอยู่แล้ว

หมาแก่ไม่กินข้าวควรทำยังไง

1.ควรเลือกอาหารเหลวที่สุนัขกินได้ง่าย เพื่อให้สุนัขได้รับสารอาหารเข้าไปในร่างกาย

2.ตัวเลือกที่เป็นอาหารเปียก ที่เน้นในเรื่องของสุนัขที่เจ็บป่วยเฉพาะ อย่างเช่นที่ระบุไว้ว่า Urgent Care หรือ Recovery รวมถึงการเน้นอาหารเปียกที่มีโปรตีนน้อย แต่เน้นเรื่องการขับถ่าย หรือดูแลในเรื่องระบบกระเพาะอาหารเป็นหลัก

ซึ่งจะช่วยให้สุนัขขับถ่ายได้สะดวก ไม่ต้องใช้แรงมาก อีกทั้งในช่วงวัยที่สุนัขอายุมากแล้ว การเดิน หรือวิ่งเล่นจะลดลง สุนัขอยากที่จะนอนเกินวันละ 15 ชั่วโมงขึ้นไป

3.ควรปรึกษาสัตวแพทย์ ในการหาสารอาหาร, เกลือแร่ ยาบำรุงเลือด ที่จะช่วยให้ร่างกายไม่อ่อนเพลีย หรืออาจต้องใช้วิธีให้น้ำเกลือทางสายยาง เพื่อให้ร่างกายมีแรง ไม่อ่อนเพลีย

ข้อดี ข้อเสียของ อาหารเปียกสุนัข

ขอบคุณช่องยูทูป love dog

สรุป

อาหารเปียกสุนัขจึงถือว่าเป็นอีกหนี่งทางเลือก สำหรับการเตรียมซื้อเก็บไว้ให้กับสุนัขของเรา และเป็นตัวเลือกเพื่อปรับเปลี่ยนอาหาร เพราะเราไม่ควรให้สุนัขกินอาหารซ้ำกันตลอด โดยเฉพาะช่วงเวลา 3-6 เดือนควรมีการปรับเปลี่ยนสักครั้งวนไปเรื่อยๆ ทั้งแบบถาดอลูมิเนียม, แบบซอง หรือในแบบกระป๋องที่ห่วงเปิดได้ง่ายๆ

ยี่ห้อ PEDIGREE

เพ็ดดีกรี
-ปริมาณสุทธิ 130 กรัม/ซอง บรรจุ 24 ซอง
-ช่วยรักษาสุขภาพและความแข็งแรงของกระดูก
-ช่วยรักษาการย่อยอาหาร และสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ดี

ยี่ห้อ SmartHeart Gold

สมาร์ทฮาร์ท
– รสไก่พร้อมผักในเยลลี่
– ปริมาณ 80 กรัม/ซอง
– ช่วยเรื่องทางเดินอาหาร บำรุงขน
– กลิ่นหอมกระตุ้นการเจริญอาหาร

ยี่ห้อ Royal Canin

รอยัล คานิน
– สำหรับผิวแพ้ง่าย
– ช่วยบำรุงผิวให้สุขภาพดี
– ด้วยเนื้อบดละเอียดผสมโลฟอย่างดี
– ขนาดบรรจุ 85 กรัม/ซอง

ยี่ห้อ Maria

มาเรีย
– ช่วยดูแลสุขภาพของระบบย่อยอาหาร
– ช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
– มีความน่ากินสูงและมีรสชาติที่สุนัขและแมวชื่นชอบ
– เหมาะสำหรับสุนัขและแมวที่แพ้อาหารประเภทธัญพืช

ยี่ห้อ Top Dog

ท็อปด็อก
– แบบกระป๋อง รสไก่
– ปริมาณ 400 กรัม/กระป๋อง
– มีกลิ่นและรสชาติที่สุนัขชื่นชอบ
– สารอาหารครบถ้วน อุดมไปด้วยโปรตีนที่จำเป็นต่อสุนัข

ยี่ห้อ CESAR

ซีซ่าร์
– ขนาด 100 กรัม
– มีส่วนประกอบสำคัญมากมาย เช่น เนื้อไก่, เนื้อวัว, ผัก, เจล
– สุนัขน้ำหนัก 1-5 กก. 1-3 ถาดต่อมื้อ

ยี่ห้อ MAXIMA

แม็กซิม่า
– สูตรดูแลระบบทางเดินอาหารและย่อยง่าย
– เป็นเนื้อแกะล้วน ไม่มีไก่ผสม
– สำหรับสุนัขทุกช่วงวัย
– ช่วยระบบการย่อยอาหาร ทำให้ลำไส้ ทำงานได้ดี

ยี่ห้อ Hong Hong

โฮ่งโฮ่ง
– เกรดพรีเมี่ยม 130g (แบบซอง)
– รสชาติอร่อยและน่ากินเหมาะกับสนัขทุกสายพันธุ์
– มีให้เลือก 8 รสชาติ และไม่เติมวัตถุกันเสีย

ยี่ห้อ Monchou

– ทำจากเนื้อสัตว์เกรดพรีเมี่ยม 100 %
– มี Omega 3,6,9 & น้ำมัน Krill ช่วยให้ขนนุ่มและเงางาม
– ช่วยในการย่อยอาหาร ปรับปรุงระบบสมอง
– มีTaurine: ปรับปรุงระบบหัวใจและตา

ยี่ห้อ Felina Canino

– รสเนื้อไก่ แซลมอนและน้ำเกรวี่
– ช่วยให้กับมื้ออาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนแสนอร่อย
– ไม่ใช้เศษเนื้อสัตว์ที่เหลือจากการผลิต

Best Choice ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุ้กกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า