กาแฟดริป 10 อันดับ ยี่ห้อไหนดี 2024 อร่อย ระดับการคั่วหอม เข้มข้น

กาแฟดริป

สารบัญ

กาแฟดริปเป็นกาแฟที่ให้ความแตกต่างจากกาแฟสด หรือกาแฟสำเร็จรูป เหมาะกับผู้ที่มีความละเอียดอ่อน อร่อย และละเมียดละไมในการชงกาแฟ และดื่มกาแฟ ในบทความนี้จะมาพูดถึงว่าคืออะไร ชุดดริปมีอะไรบ้าง รวมไปถึงประโยชน์ และวิธีการเลือกซื้อ

กาแฟดริป คืออะไร

กาแฟดริป คืออะไร

คือ กาแฟที่ได้จากขั้นตอนกรรมวิธีในการชงกาแฟโดยผ่านอุปกรณ์หลายชิ้นที่เน้นการควบคุมน้ำร้อนในอุณหภูมิที่กำหนด, วิธีในการเทน้ำร้อนลงบนกาแฟบด, เวลาที่ต้องรอในการดริป, ปริมาณน้ำร้อนที่ใช้ต่อการดริปต่อแก้ว และ ระดับการบดกาแฟให้ได้รสชาติที่ละมุน

จึงมีความแตกต่างจากกาแฟสด หรือกาแฟสำเร็จในรูปแบบของขั้นตอนการชง, รสชาติและกลิ่นกาแฟที่ได้ รวมถึงเป็นรูปแบบการชงกาแฟ ที่มีความละเอียดอ่อน และละเมียดละไมเป็นพิเศษ

ชุดดริปกาแฟ มีอะไรบ้าง

อุปกรณ์ชุดดริปกาแฟ
  • ตัวดริปเปอร์ ลักษณะรูปลักษณ์ภายนอก มีทั้งแบบที่เป็นกรวย และเป็นทรงสี่เหลี่ยม ส่วนใหญ่เรามักจะเห็นในรูปทรงกรวย
  • กาดริปกาแฟ เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากๆ หรือจะเรียกว่ามีความสำคัญรองลงมาจากเมล็ดกาแฟคั่วที่เราได้คัดเลือกสำหรับการดริปกาแฟเป็นอย่างดี เพราะกาดริปนี้ จะเป็นส่วนที่ใช้ในการเทน้ำร้อนลงบนกาแฟบด ให้ได้รับอุณหภูมิความร้อนจากน้ำทั่วถึง
  • กระดาษกรอง เป็นส่วนที่ช่วยกรองกาแฟที่บดแล้ว ในการกรองกาแฟหลังจากที่ราดน้ำร้อน ทำให้กาแฟบดไม่ปนเปื้อนลงไปในน้ำที่ดริปกาแฟในเหยือกด้านล่าง กระดาษกรองจะวางด้านบนดริปเปอร์
  • เหยือกกาแฟ อุปกรณ์ที่วางรองรับกาแฟที่ผ่านการดริปด้านบน อย่างน้อยๆ ควรเลือกให้ได้ปริมาณสำหรับแก้วกาแฟใหญ่ 1 แก้ว
  • เครื่องบดเมล็ดกาแฟ หากเราไม่ได้ซื้อกาแฟที่ผ่านการบดมาแล้ว ควรที่จะมีเครื่องบดเมล็ดกาแฟ ก็จะมีแบบที่เป็นเครื่องวางตั้ง หรือเป็นแบบพกพา โดยต้องบดด้วยมือ ในปริมาณแก้วต่อแก้ว
  • เครื่องชั่งดิจิตอล ไว้สำหรับการชั่งทั้งกาแฟบด และปริมาณน้ำที่ใช้เทลงบนกาแฟ ซึ่งเราอาจจะสามารถดริปกาแฟ โดยใช้การกะคร่าวๆ ด้วยตัวเอง หรือควบคุมปริมาณน้ำร้อน และกาแฟบดด้วยเครื่องชั่งดิจิตอลนี้ เพื่อให้รสชาติที่แม่นยำในทุกๆ ครั้งที่ทำการดริป
  • ตัววัดอุณหภูมิ ใช้สำหรับการวัดอุณหภูมิ หรือความร้อนจากน้ำที่ต้ม มาตรฐานในการดริป ควรให้ได้น้ำร้อนที่มีอุณหภูมิความร้อนอยู่ที่ 92-94 องศาเซลเซียส ซึ่งจะเป็นจุดความร้อนที่ดึงกลิ่นและรสชาติของกาแฟออกมาให้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

หากเราพูดถึงกาแฟที่เป็นเครื่องดื่ม สำหรับใครหลายคนที่นิยมกัน และอีกหลายคนก็นิยมกินเป็นกาแฟดำ ที่ถือว่าเป็นกาแฟอร่อยๆ และให้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่วมด้วย ยังมีเครื่องดื่มในตอนเช้า, ของกินคู่กับกาแฟ และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับกาแฟ อีกหลายชิ้นอย่างเช่น เครื่องชงกาแฟสด , กาแฟกระป๋อง , กาแฟอาราบิก้า , กาแฟสำเร็จรูป , กาแฟขี้ชะมด ,ชาซีลอน

กาแฟดริป vs Cold Brew

กาแฟดริป

ลักษณะขั้นตอนที่จะให้ได้กาแฟออกมา โดยเน้นใช้ความร้อนจากน้ำ ที่เดือดได้ที่ในอุณหภูมิ 92-94 องศาเซลเซียส การนำความร้อนซึมผ่านผงกาแฟที่บดแล้วนั้น จะเป็นการไปสกัดเอากรดของกาแฟออกมา ดังนั้นเราจะได้ทั้งกลิ่นและรสชาติที่ชัดเจน ซึ่งบางสายพันธุ์ของกาแฟจะให้รสชาติเปรี้ยวมากหรือน้อยที่แตกต่างกัน

กรรมวิธีการที่จะได้กาแฟในรูปแบบการดริปนี้ออกมา ก็ต้องขึ้นอยู่กับหลายอย่าง เช่น ตัวดริปเปอร์ที่ต้องเลือกวัสดุ เพราะในแต่ละวัสดุก็จะให้ความเข้มข้นของกาแฟที่แตกต่างกัน, การบดกาแฟที่หยาบหรือละเอียด, อุณหภูมิน้ำร้อน รวมถึงปริมาณน้ำร้อนที่เทลงบนกาแฟบดร่วมด้วย ถือว่าเป็นทั้งขั้นตอนที่ละเมียดละไม และมีการดื่มที่เน้นการสร้างบรรยากาศไม่รีบร้อน ช่วยให้การดื่มกาแฟต่อแก้วให้รสสัมผัส และความรู้สึกที่สัมผัสได้ทุกอณูของกาแฟ

Cold Brew

กาแฟสกัดเย็น

เราสามารถเรียกได้ว่าเป็นวิธีสกัดเย็น  ขั้นตอนจะแตกต่างไปจากกาแฟดริป และน้ำที่ใช้ในการสกัดกาแฟออกมาก็แตกต่างกัน ซึ่งหากเป็นการสกัดเย็น หรือ Cold Brew นั้นจะเป็นการนำน้ำเย็นมาใช้ในการสกัดให้ได้กาแฟสำหรับการดื่ม โดยสัดส่วนต้องเน้นว่า เป็น 1:20 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ไม่เน้นให้มีความเข้มข้นจนเกินไป และไม่เจือจางมากไป เป็นรสชาติที่ดื่มได้คล่องคอ และมีความหอมของกาแฟ

การนำน้ำเย็นและกาแฟที่บดเรียบร้อยแล้ว แช่รวมกันในตู้เย็น ที่สำคัญคือกาแฟรูปแบบนี้ จะรีบร้อนหรือต้องการเร่งเวลาไม่ได้ เพราะหากเร่งเวลาซึ่งจำเป็นต้องใช้การแช่ค้างคืน หรือเฉลี่ยเวลาที่ใช้ในขั้นตอนการสกัดเย็นก็คือ 12-24 ชั่วโมง ยิ่งแช่ไว้นานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้น้ำกาแฟที่เข้มข้น และหอมกาแฟมากขึ้น ดังนั้นขั้นตอนส่วนที่อยู่ในระยะการสกัดเย็น ต้องควบคุมให้อยู่ในจำนวนชั่วโมงตามที่ระบุไว้

ด้วยรูปแบบ Cold Brew สกัดผ่านน้ำเย็น ส่วนการดริปผ่านน้ำร้อน ดังนั้นเราจึงไม่ต้องแปลกใจว่า หากผู้ที่ต้องการความเข้มข้นในน้ำกาแฟที่สกัดออกมา ในรูปแบบที่มีรสชาติชัดเจน และมีความเข้มข้นในสีของกาแฟ จะเลือกเป็นในรูปแบบการดริปกาแฟ ส่วนหากใครที่ต้องการดื่มกาแฟแบบรสละมุนกว่า มีรสชาติที่บางเบา แต่มีกลิ่นกาแฟที่ชัดเจน ดื่มได้ง่ายกว่า จะเป็นในรูปแบบของการสกัดเย็น หรือ Cold Brew

วิธีชงกาแฟดริป

อุปกรณ์ที่ควรเตรียมไว้ก่อน สำหรับขั้นตอนในการชงหรือดริปก็คือ ดริปเปอร์หรือกรวยที่ใช้เป็นอุปกรณ์ เพื่อวางกระดาษกรองด้านบน, กระดาษกรอง, กาดริป, กาแฟคั่วที่บดแล้ว, เครื่องชั่งดิจิตอล ไว้ชั่งกาแฟบด, เหยือกกาแฟไว้รองกาแฟที่ได้จากการดริป รองจากตัวดริปเปอร์ และหากใครที่มีเพียงเมล็ดกาแฟคั่วอย่างเดียว ก็ต้องมีเครื่องบดกาแฟร่วมด้วย จะเป็นเครื่องที่บดด้วยมือ หรือเครื่องบดอัตโนมัติก็ได้

วิธีชงกาแฟดริป

1.นำเอาดริปเปอร์วางด้านบนเหยือกกาแฟ พร้อมด้วยกระดาษกรองวางในดริปเปอร์

2.ต้มน้ำให้ได้อุณหภูมิ 92-94 องศาเซลเซียส ราดน้ำร้อนลงบนกระดาษ เพื่อเป็นการล้างเอากลิ่นกระดาษออกก่อน

3.เทน้ำที่ล้างกรวยกระดาษออก

4.ใส่กาแฟคั่วที่บดแล้วในปริมาณ 32 กรัม (หรือเพิ่มได้ตามต้องการ หากต้องการความเข้ม)

5.เทน้ำร้อนในอุณหภูมิที่ควรอยู่ที่ 92-94 องศาเซลเซียส ลงบนกาแฟที่ใส่ในกระดาษกรอง

6.น้ำร้อนที่เทรอบแรกในปริมาณ 50 มิลลิลิตร เป็นการปลุกกาแฟด้วยความร้อนก่อน

7.หลังจากการเทน้ำร้อน 30 วินาที เมื่อเราเห็นกาแฟบดพองน้ำ ให้ใช้ช้อนคน เพื่อให้น้ำร้อนโดนกาแฟอย่างทั่วถึง

8.เทน้ำร้อนเพิ่มเข้าไปอีก 430 มิลลิลิตร ในลักษณะการหมุนเป็นวงกลมช้าๆ ให้การเทน้ำร้อนทั่วถึงกาแฟทั่วกันหมด ความสม่ำเสมอของน้ำร้อนที่ไหลออกมาเป็นเรื่องสำคัญ

9.รอให้น้ำร้อนที่เทลงบนกาแฟ หยดออกมาจากหมด แล้วถอดตัวดริปเปอร์ออกจากเหยือกด้านล่าง

10.เราสามารถดื่มกาแฟที่ได้จากการดริปนี้ โดยที่ไม่ต้องเติมอะไร จะได้รสชาติเป็นกาแฟดำแท้ๆ และมีความหอมมากๆ ถือว่าเป็นกาแฟที่มีขั้นตอนละเมียดละไม และนับว่าเป็นกาแฟอร่อยๆ ที่คอกาแฟไม่ควรพลาดจริงๆ

คำถามที่พบบ่อยของกาแฟดริป

คำถามที่พบบ่อยของกาแฟดริป

เก็บได้กี่วัน

หากเป็นในกรณีที่ยังไม่ได้ผ่านการชงหรือดริปเลย เก็บเป็นกาแฟบดในถุงที่เปิดแล้ว สามารถเก็บได้18 เดือน หรือ 1 ปีครึ่ง หรือหากเป็นในกรณีที่เป็นกาแฟที่ผ่านการดริปแล้ว เป็นน้ำกาแฟที่หลายคน อาจจะทำการดริปในปริมาณที่กินได้หลายแก้ว หรือหลายวัน สามารถแยกเก็บเป็นขวดๆ ในตู้เย็นได้ และอีกวันนำมากินในรูปแบบเย็นใส่น้ำแข็งได้3 วัน ซี่งส่วนใหญ่แล้ว ก็จะมีการกินหมดก่อนที่กำหนดวันไว้ ในส่วนผู้ที่ดื่มกาแฟทุกวัน

ต้องบดแบบไหน

เน้นการบดระดับกลาง เน้นไปทางระดับหยาบ ไม่ควรใช้หรือบดกาแฟในรูปแบบความละเอียด ถึงละเอียดมาก ในแบบกาแฟสด เพราะการดริป เน้นการเทน้ำร้อนลงโดยตรงที่กาแฟ ดังนั้นหากเป็นการบดละเอียด กาแฟที่ได้ออกมา จะมีรสชาติขมและเข้มขนจนเกินไป ที่เราสามารถดื่มเป็นกาแฟดำได้ หรือแม้แต่การเติมนมก็จะมีรสชาติเข้มข้นจนเกินไป และมีรสขมมาก ทำให้ดื่มได้ลำบาก

ทำไมถึงแพง

ทำไมกาแฟดริปถึงแพง

ขั้นตอนเป็นความใส่ใจในรายละเอียดในเรื่องต่างๆ ดังนี้คือ

  • การเลือกใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในการดริป โดยเฉพาะกาดริป ที่ต้องเป็นแบบเฉพาะ
  • ความพิถีพิถันในการควบคุม ระดับความร้อนหรืออุณหภูมิของน้ำร้อน ต้องให้อยู่ในระดับที่ควบคุมไว้เท่านั้น ถึงจะได้กลิ่นและรสชาติกาแฟที่สมบูรณ์
  • ทักษะและความชำนาญในการดริป อย่างเช่น การเทน้ำร้อนลงกาแฟ, ความสม่ำเสมอของน้ำร้อนที่เทลงบนกาแฟ และรายละเอียดอื่นๆ ที่มาจากประสบการณ์
  • ระยะเวลาและความละเมียดละไม ในการรอการดริปกาแฟ หยดลงมาจนหมด
  • การได้สัมผัสถึงบรรยากาศการดริป ที่ทั้งในส่วนของการไปนั่งร้านกาแฟ และการซื้อกาแฟมาดริปเองก็ตาม บรรยากาศการได้ดื่มกาแฟ 1 แก้วเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งกลิ่นระหว่างการดริป และการซึมซับบรรยากาศระหว่างการดริป

โดยรวมแล้วในราคาต่อแก้วกาแฟ สำหรับการดริปนั้น เราไม่สามารถตีค่าราคาตามจำนวนเงินที่เสียไปต่อแก้วได้ เพราะทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นความรู้สึกสัมผัสทั้งทางกลิ่น, รส และประสบการณ์ ซี่งสิ่งเหล่านี้เราไม่สามารถหาได้จาก กาแฟในรูปแบบอื่นๆ อย่างเช่น การชงกาแฟสำเร็จรูป หรือกาแฟสด ซี่งกาแฟในแต่ละแบบก็มีเสน่ห์ของตัวเอง ที่ไม่เหมือนกัน

อุณหภูมิกาแฟดริป

ระดับอุณหภูมิของน้ำร้อน ที่ใช้นั้น คือน้ำร้อนที่ควรอยู่ในความร้อนที่ 92-94 องศาเซลเซียส ซึ่งจะเป็นระดับความร้อนที่ดึงเอาทั้งรสชาติความเข้มข้น และกลิ่นของกาแฟได้มาก และมีประสิทธิภาพ ซึ่งเราอาจจะเคยเห็นบางร้านกาแฟ มีการตั้งชื่อร้านเป็นตัวเลของศา อย่างเช่น 94 ดีกรี นั่นเป็นความหมายว่า จุดระดับความร้อนอุณหภูมินี้ เป็นระดับที่มีการนำมาใช้กับดริปกาแฟได้ดีที่สุดนั่นเอง

ดริปกาแฟอร่อย มือใหม่ก็ทำได้

ขอบคุณช่องยูทูป WORLDWIDE COFFEE CHANNEL

สรุป

กาแฟดริปมีความแตกต่างไปจากกาแฟสด หรือกาแฟสำเร็จรูป เหมาะสำหรับผู้ที่มีความต้องการรสชาติและกลิ่นกาแฟ รวมถึงเป็นผู้ที่มีความละเมียดละไมในการดื่มและชงกาแฟ

ยี่ห้อ UCC

ยูซีซี
-ปริมาณสุทธิของสินค้า 45 กรัม
-อายุการเก็บรักษายาวนานถึง 12 เดือน
-รสเอสเพรสโซ่ คั่วเข้มสำหรับคอกาแฟเข้มข้น

ยี่ห้อ Mezzo

เมซโซ่
-สามารถฉีกซองชงทานเองง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก
-เหมาะสำหรับชงกาแฟดำร้อน เมนูอเมริกาโน่
-บรรจุสินค้า 10 ซอง/ถุง ปริมาณ 8 กรัม/ซอง

ยี่ห้อ The Coffee Bean

เดอะคอฟฟี่บีน
-บรรจุสินค้า 10 ซอง/ถุง ปริมาณ 8 กรัม/ซอง
-กาแฟอราบิก้าและโรบัสต้า ระดับคั่วเข้ม เอสเพรสโซ
-เหมาะสำหรับดื่มตอนเช้าและตอนบ่ายๆ อร่อย ทานง่าย

ยี่ห้อ Cafe Amazon

คาเฟ่ อเมซอน
-ขนาดของสินค้า 9.8 ซม. x 12.9 ซม. x 5.6 ซม.
-สามารถชงทานเองได้ง่ายๆ กลิ่นหอม รสชาติเข้มข้น
-กาแฟคั่วบดระดับคั่วกลาง บรรจุสินค้า 5 ซอง / กล่อง

ยี่ห้อ Akha Zagu

-รสชาติเข้มละมุน กลิ่นหอม อร่อย ครบรส
-บรรจุสินค้า 6 ซอง/กล่อง ปริมาณ 10 กรัม/ซอง
-กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า 100% คุณภาพดี จากดอยแม่จันใต้

ยี่ห้อ Bluekoff

บูลคอฟ
-บรรจุสินค้า 5 ซอง/กล่อง ปริมาณ 10 กรัม/ซอง
-สามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่ สะดวก และชงง่าย
-ระดับคั่วเข้ม ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบกาแฟ

ยี่ห้อ Aroma

อโรม่า
-บรรจุสินค้า 5 ซอง/กล่อง ปริมาณ 10 กรัม/ซอง
-รสชาตินุ่มละมุน อร่อย ลิ่นหอมอ่อนของผลไม้ตระกูลส้ม
-เมล็ดกาแฟอราบิก้าและโรบัสต้า เข้ม กลมกล่อม สไตล์ไทย

ยี่ห้อ Royal Coffee

โรยัล
-กลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม ทานง่าย
-บรรจุสินค้า 5 ซอง/กล่อง ปริมาณ 10 กรัม/ซอง
-ระดับคั่วเข้ม และ คั่วกลาง กาแฟสายพันธุ์ดอยช้าง

ยี่ห้อ Chao Doi

ชาวดอย
-รสชาติ บางเบา ดื่มง่าย หอมละมุน
-สามารถพกพาไปดริปได้ทุกที่ ทุกเวลา
-เหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นดื่มกาแฟหรือไม่ชอบดื่มกาแฟที่ขม

ยี่ห้อ INAH

-บรรจุสินค้า 8 ซอง/กล่อง ปริมาณ 10 กรัม/ซอง
-ระดับคั่วเข้มกลาง รสชาติเข้มถึงใจ หอม ไม่ติดเปรี้ยว
-เมล็ดกาแฟอาราบิก้า100% จากดอยช้างเชียงรายเกรด A

Best Choice ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุ้กกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า