10 พรมปูพื้น แบบไหนดี 2024 สวยๆ สำหรับห้องนอน ห้องนั่งเล่น

พรมปูพื้น

สารบัญ

พรมปูพื้นที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่จะเป็นพรมจากเส้นใยธรรมชาติและเส้นใยสังเคราะห์ สำหรับเส้นใยธรรมชาตินั้นมักจะนำขนสัตว์หรือวัสดุอื่นๆ จากธรรมชาติมาถักทอ

ในขณะเดียวเส้นใยสังเคราะห์ในปัจจุบันก็ได้ถูกพัฒนาให้มีคุณภาพใกล้เคียงกับเส้นใยธรรมชาติ แต่ก็ยังมีราคาถูกกว่า และผลิตได้ง่ายกว่าอีกด้วย แต่ละประเภทนั้นจะมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป การจะนำมาใช้ให้ตอบโจทย์ก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย

เพิ่มเติม : โดยเราสามารถเลือกให้เข้ากับสีของ ผ้าม่าน ในห้องต่างๆได้ ซึ่งจะเพิ่มความสวยงาม ความน่าอยู่ให้กับห้องนั้นๆเป็นอย่างมาก

ประเภทของพรมปูพื้น

ประเภทของพรมปูพื้น

1. พรมไนล่อน

ถือเป็นพรมใช้ปูพื้นที่ได้รับความนิยมมากพอสมควร จะเห็นได้ว่าหลายๆ บ้านมักจะใช้พรมประเภทนี้ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่จำเป็นอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความทนทาน ความสามารถในการกันน้ำ กันรอยขีดข่วน รวมถึงป้องกันเชื้อราอันเกิดจากสารเคมีชนิดต่างๆ อีกทั้งยังมีราคาที่ไม่สูงมากด้วย ทั้งนี้ไม่ควรปูพรมประเภทนี้ไว้บริเวณหน้าบ้านที่มีแสงแดดส่องถึง เพราะสีจะซีดจางได้ง่าย

2. พรมโพลีโพรไพลีน

มีคุณสมบัติที่ไม่เก็บฝุ่นและช่วยป้องกันคราบสิ่งสกปรกได้ หากมีฝุ่นเกาะอยู่ตามพื้นบ้านก็สามารถจัดการทำความสะอาดได้ค่อนข้างง่าย อีกทั้งยังป้องกันรอยขีดข่วน และเชื้อราบางชนิดได้ด้วย ซึ่งเหมาะกับพื้นที่ต้องรับน้ำหนักมาก โดยเฉพาะในห้องนั่งเล่นที่เป็นส่วนกลางของการใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนราคานั้นจะถูกกว่าพรมไนล่อน

3. พรมโพลีเอทิลีน

จะมีสีสันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เพราะพรมประเภทนี้ผลิตจากพลาสติกหรือฝาขวดรีไซเคิล โดยมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยป้องกันคราบสิ่งสกปรกต่างๆ ได้ เพราะจะไม่เก็บฝุ่นและสะสมเชื้อโรคเอาไว้ จึงเหมาะกับผู้ที่เป็นภูมิแพ้และผู้รักษ์โลก แต่เมื่อสัมผัสแล้วจะรู้สึกไม่สบายเท่ากับวัสดุอื่นๆ

4. พรมโพลีเอสเตอร์

เป็นพรมที่มีดีไซน์หรูหรา เนื้อสัมผัสนุ่มสบาย อีกทั้งยังสามารถกันน้ำได้ด้วย แต่ข้อเสียของพรมประเภทนี้ก็คือทำความสะอาดได้ค่อนข้างยาก หากปล่อยให้โดนแดดเป็นเวลานานก็จะส่งผลให้สีซีดจางลงได้ เพราะฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนแดด แนะนำให้นำพรมประเภทนี้ไปใช้ในพื้นที่ที่ไม่ค่อยได้ใช้งานหรือพื้นที่ภายในบ้านที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น ห้องนอน เป็นต้น

5. พรมทริเอกซ์ต้า

มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับพรมโพลีเอสเตอร์ แต่คุณภาพจะดีกว่าในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความนุ่มสบาย ความทนทาน ความยืดหยุ่น รวมไปถึงการป้องกันน้ำและคราบสิ่งสกปรกต่างๆ ถือว่าดีกว่าพรมโพลีเอสเตอร์

6. พรมอะคริลิค

มีอายุการใช้งานสั้น และไม่เหมาะกับการใช้งานหนักๆ โดยเฉพาะบริเวณหน้าบ้านหรือห้องนั่งเล่นที่มีผู้คนเดินผ่านไปมาอยู่เป็นประจำ จัดเป็นพรมที่เหมาะกับการใช้ตกแต่งห้องนอนหรือห้องอื่นๆ ที่ต้องการความสวยงาม โดยคุณสมบัติของพรมประเภทนี้จะคล้ายกับพรมขนสัตว์ แต่จะมีราคาที่ถูกกว่า เนื่องจากเป็นเส้นใยสังเคราะห์

7. พรมขนสัตว์

ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ โดยผลิตจากขนสัตว์แท้ 100% ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นขนแกะ นับเป็นพรมปูพื้นที่มีดีไซน์หรูหรา เนื้อหนาและนุ่มมากๆ เมื่อนำเท้าไปสัมผัสจะให้ความรู้สึกนุ่มสบาย อีกทั้งยังสามารถป้องกันคราบและรอยเปื้อนบนพื้นได้ด้วย ถือเป็นพรมที่มีความทนทานมากที่สุด แต่ข้อเสียคือราคาแพง และทำความสะอาดได้ยาก

8. พรมเส้นใยธรรมชาติ

จะใช้วัสดุจากพืชในการผลิต ไม่ว่าจะเป็นใยมะพร้าว หญ้าทะเล ต้นปอ หรือต้นป่าน โดยจะนำวัสดุดังกล่าวมาถักสานเป็นพรมที่สามารถใช้ปูพื้นได้ ซึ่งมีลักษณะที่สวยงามและโดดเด่นอยู่พอสมควร แต่จะไม่นุ่มสบายเท่าพรมประเภทอื่นๆ

ประโยชน์ของพรมปูพื้น

ประโยชน์ของพรมปูพื้น

1. มีความสวยงาม

ควรให้เหมาะกับพื้นที่นั้นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นขนาด ลักษณะและประเภทของพรม หากเลือกให้เข้ากับองค์ประกอบภายในห้องก็จะยิ่งส่งเสริมให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น

2. ป้องกันรอยขีดข่วน

มีออกมาหลากหลายให้มีคุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วน รวมถึงกันน้ำและเชื้อราได้ เนื่องจากเป็นวัสดุที่ใช้ปูพื้น ซึ่งจะต้องรองรับน้ำหนักของคนในบ้านอยู่พอสมควร อีกทั้งใครที่มีสัตว์เลี้ยง พรมใช้ปูพื้นก็อาจต้องถูกใช้งานหนักหน่อย อย่างไรก็ตามพรมบางประเภทจะช่วยลดรอยขีดข่วนและรอยเปื้อนบนพื้นห้องได้ดี

3. ดักจับฝุ่นละออง

ถือเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ใครหลายคนหันมาใช้พรมเพราะบางประเภทสามารถดักจับฝุ่นละอองได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนที่มีการเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ ฝุ่นละอองจากข้างนอกก็จะเข้ามาได้ง่าย หากปูพรมไว้บนพื้นก็จะช่วยดักจับฝุ่นละอองได้ ทั้งนี้หากห้องใครที่มีฝุ่นมากเป็นพิเศษ ควรเลือกพรมที่ไม่เก็บฝุ่น และมีสีเข้มหรือสีกลางเพื่อให้พรางสิ่งสกปรกได้

4. ให้ความอบอุ่น

นอกจากเพิ่มความสวยงามให้กับห้องแล้ว ยังเป็นวัสดุที่ให้ความอบอุ่นอีกด้วย เพราะพรมส่วนใหญ่จะผลิตจากเส้นใยธรรมชาติและเส้นใยสังเคราะห์ โดยจะเน้นให้มีความหนาแน่นและสัมผัสนุ่มสบาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นคุณสมบัติที่ควรจะมี เนื่องจากพื้นห้องมักจะมีความเย็นอยู่แล้ว หากนำพรมมาปูแล้วช่วยให้ความอบอุ่นได้ก็จะดีมาก

5. ช่วยลดอุบัติเหตุ

การนำมาตกแต่งในบริเวณหน้าบ้าน ห้องนั่งเล่น หรือห้องนอน นอกจากจะช่วยเพิ่มสีสันให้กับบริเวณนั้นแล้ว ยังช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้อีกด้วย โดยเฉพาะพื้นกระเบื้องที่ไม่กันลื่น เมื่อมีน้ำหรือความชื้นเปียกบนพื้นห้องก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุจนอาจได้รับบาดเจ็บ แต่ถ้าหากมีพรมก็จะช่วยรองรับน้ำหนักและลดอุบัติเหตุดังกล่าวได้อยู่พอสมควร

วิธีเลือกซื้อพรมปูพื้น

วิธีเลือกซื้อพรมปูพื้น

1. เลือกจากวัสดุของพรม

วัสดุของพรมถือเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกซื้อเพราะแต่ละประเภทนั้นใช้วัสดุแตกต่างกัน แต่โดยหลักๆ แล้วจะผลิตจากเส้นใยจากธรรมชาติและเส้นใยสังเคราะห์ สำหรับเส้นใยธรรมชาติจะมีราคาสูงกว่าเส้นใยสังเคราะห์ เนื่องจากมีคุณภาพที่สูงกว่านั่นเอง ทั้งนี้ควรเลือกพรมคุณภาพดี ทำความสะอาดง่ายและไม่เก็บฝุ่นไว้มากจนเกินไป

2. เลือกซื้อให้เหมาะสมกับพื้นที่

ก่อนจะเลือกซื้อ เจ้าของบ้านทุกคนควรทราบขนาดของพื้นที่ที่จะนำพรมมาปูพื้นก่อน เพื่อให้ทราบว่าควรจะเลือกขนาดและลักษณะใดที่เหมาะแก่การนำมาใช้ปูพื้น เช่น ห้องนอน ต้องเลือกที่นุ่มฟู ขนหนาแน่น และด้านข้างเตียงทั้งสองข้างจะต้องมีพรมมารองรับอย่างเต็มพื้นที่ตลอดแนว เพราะเป็นบริเวณที่เท้าต้องสัมผัสกับพื้นอยู่บ่อยๆ

3. ขนาดของพรม

การนำพรมมาปูพื้นในบริเวณต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าบ้าน ห้องนั่งเล่น หรือห้องนอน จะต้องเลือกขนาดของพรมให้เหมาะกับพื้นที่ของห้องนั้นๆ ด้วย ก่อนเลือกซื้อแนะนำให้พิจารณาขนาดของห้องที่จะใช้ปูพื้นก่อนว่าจำเป็นจะต้องติดตั้งพรมไว้ในแนวไหน และตัวพรมจะต้องครอบคลุมพื้นที่ใดบ้าง เมื่อทราบรายละเอียดดังกล่าวแล้วก็ให้เลือกขนาดของพรมที่เหมาะสม

4. ความทนทาน

พรมใช้ปูพื้นที่ดีควรจะมีความทนทาน เพื่อให้สามารถใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น เนื่องจากเป็นวัสดุที่ใช้ปูพื้น ซึ่งต้องรองรับน้ำหนักของคนในบ้านอยู่พอสมควร หากใช้ที่ไม่มีมาตรฐานก็อาจทำให้ชำรุดหรือเสียหายได้ง่าย แนะนำให้เลือกซื้อที่มีความทนทานและคุณภาพสูง จะช่วยให้เราสามารถใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น

5. ทำความสะอาดง่าย

ส่วนใหญ่พรมจะมีความทนทานและให้สัมผัสนุ่มสบาย มักจะทำความสะอาดได้ค่อนข้างยาก เพราะฉะนั้นหากต้องการพรมใช้ปูพื้นที่สามารถดูแลรักษาได้ง่าย แนะนำให้เลือกใช้ประเภทใดก็ได้ที่ไม่เก็บฝุ่น สามารถกันน้ำ รอยขีดข่วนและเชื้อราได้ เพื่อให้ทำความสะอาดง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการทำความสะอาดด้วย

วิธีทำความสะอาดพรมปูพื้น

1. ทำความสะอาดด้วยการดูดฝุ่น

ขั้นตอนแรกเก็บข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่อยู่บนพรมออกให้หมด จากนั้นเริ่มทำการดูดฝุ่นให้ทั่วบริเวณพรม แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง หรือถ้าหากบ้านใครมีสัตว์เลี้ยงก็จะควรดูดฝุ่นทุกวัน ในกรณีที่พรมเปียกชื้นและมีกลิ่นอับ แนะนำให้เปิดหน้าต่างในห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนเพื่อระบายอากาศ จากนั้นโรยเบคกิ้งโซดาลงบนพรมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง และดูดฝุ่นออก

2. ทำความสะอาดด้วยผ้าแห้ง

ในกรณีที่มีของเหลวหกรดพรม ควรหลีกเลี่ยงการเช็ดและถูไปมา เพราะจะทำให้รอยเปื้อนขยายวงกว้างมากขึ้น แนะนำให้ใช้ผ้าแห้งกดซับของเหลวดังกล่าวออกแทน จากนั้นทำความสะอาดพรมด้วยน้ำยาทำความสะอาดให้เรียบร้อย โดยน้ำยาที่ใช้นั้นควรเป็นน้ำยาทำความสะอาดพรมโดยเฉพาะ

3. ทำความสะอาดด้วยก้อนน้ำแข็ง

ถ้าหากพรมเป็นรอยกดทับจากการวางเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก แนะนำให้ใช้ก้อนน้ำแข็งวางลงบนรอยกดทับดังกล่าว ปล่อยทิ้งไว้ให้น้ำแข็งละลายและแห้งไปเอง หลังจากนั้นใช้แปรงขนนุ่มแปรงบริเวณที่มีรอยกดทับอยู่ เพื่อให้พรมฟูขึ้นอีกครั้ง และควรหลีกเลี่ยงการนำพรมไปตากแดด เพราะจะทำให้สีซีดจางได้ง่ายและเร็วขึ้น

4. ทำความสะอาดด้วยการซัก

พรมบางประเภทสามารถทำความสะอาดด้วยการซักได้ แต่ก็ยังมีพรมบางประเภทที่ไม่แนะนำให้ทำความสะอาดด้วยการซัก ดังนั้นก่อนจะนำมาซักก็ควรศึกษาวิธีการทำความสะอาดของพรมที่ใช้ก่อน สำหรับพรมที่สามารถซักได้ก็ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดของพรมโดยเฉพาะ หากซักในเครื่องจะต้องใช้น้ำน้อยกว่าปกติ เพื่อลดโอกาสที่พรมและเครื่องจะเสียหาย และควรตากให้แห้งในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อพรม

ขอบคุณช่องยูทูป Home of Know

สรุป

พรมปูพื้น นอกจากจะสามารถนำมาตกแต่งบ้านได้แล้ว ยังมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ อีกด้วย อาทิ ช่วยให้เรามีพื้นที่นั่งเล่น นอนเล่น หรือพื้นที่รองรับน้ำหนักเท้าที่นุ่มสบาย ให้ความอบอุ่น กันพื้นลื่น ช่วยลดอุบัติเหตุ และดักจับฝุ่นละอองภายในห้องได้

จะเห็นได้ว่าพรมช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับคนในบ้านมากพอสมควร และไม่ว่าจะปูพรมไว้บริเวณหน้าบ้าน ห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือพื้นที่ใดก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องเลือกคุณสมบัติของพรมให้เหมาะสมกับพื้นที่ดังกล่าว

แบบที่ 1 Bewell

บีเวลล์
-วัสดุทำจากหนัง PU หุ้มด้วยผ้าลินิน ขอบโค้ง
-นุ่ม สบายเท้า พื้นที่กว้าง ช่วยลดแรงกดทับที่เท้า
-ขนาดของสินค้า 57 ซม. x 97 ซม. ยืนตรงไหนก็สบาย

แบบที่ 2 Aspire

แอสไพร์
-พรมไม่เก็บฝุ่น เช็ดทำความสะอาดง่าย
-ขนาดของสินค้า 150 ซม. x 240 ซม.
-สไตล์หรูหรา ลวดลายสวยงาม

แบบที่ 3 Feiyana

เฟยญานา
-วัสดุผลิตจากไนล่อน หนา 4 มม.
-พื้นยางทำมาจาก PVC กันน้ำ
-ซับน้ำได้ดี มีปุ่มกันลื่นใต้พรม
-พรมแบบยาวสามารถปูเข้ามุมได้

แบบที่ 4 JYSK

จุสก์
–รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลวดลายสวยงาม
-สไตล์มินมอล เหมาะกับการตกแต่งห้องนอน
-ขนาดของสินค้า กว้าง 65 ซม. x ยาว 120 ซม.
-วัสดุทำมาจาก ฝ้าย 32% ขนแกะ 14% โพลีเอสเตอรื 2%

แบบที่ 5 Melissa & Doug

เมลิซซ่าแอนด์โด
-ขนาดของสินค้า 1.50 เมตร x 2 เมตร หนา นุ่ม เบา
-เหมาสำหรับเด็ก เช็ดทำความสะอาดง่าย
-คุณภาพดี มีความคงทนต่อการใช้งาน

แบบที่ 6 U-RO DECOR

ยูโร เดคคอร์
-ดีไซน์หรูหราทันสมัย สีสันสวยงาม
-ขนาดของสินค้า 1.20 เมตร x 1.50 เมตร
-ขนนุ่มฟู เบา ม้วนเก็บได้ สัมผัสนิ่มสบายเท้า

แบบที่ 7 REM13

เร็ม 13
-ขนนุ่ม ไม่เก็บฝุ่น น้ำหนักเบา
-วัสดุจากเมมโมรี่โฟม หนา 2 ซม.
-สามารถซักทำความสะอาดได้ แห้งเร็ว

แบบที่ 8 พรมแต่งห้อง

-ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 120 ซม.
-วัสดุทำจากฝ้าย 40% ปอกระเจา 60%
-ดีไซน์ทันสมัย รูปทรงกลม สไตล์มินิมอล

แบบที่ 9 Yifeng

อี้เฟิง
-ขนาดของสินค้า 140 ซม. x 200 ซม.
-สัมผัสเนื้อกำหยี่ อ่อน นุ่ม ดีไชน์หรูหรา
-สามารถเช็คทำความสะอาดง่าย ไม่ยุ่งยาก

แบบที่ 10 จิ๊กซอว์

-วัสดุผลิตจากโพลีเอสเตอร์ มีความยืดหยุ่น
-ขนาดของสินค้า 30 ซม. x 30 ซม. หนา 1 ซม.
-ตัวพรมเป็นผ้ากำมะหยี่ สัมผัสนุ่ม ไม่ระคายเคืองผิว
-ยึดเกาะติดพื้น ป้องกันการลื่นได้ดี รองรับแรงกระแทกได้ดี

Best Choice ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุ้กกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า